Blinking Cute Box Panda

สุดยอดแฮกเกอร์ (Black Hat)

สุดยอดจอมแฮกเกอร์ 10 อันดับในโลก

คิดว่าใครที่ทำงานทางด้านคอมพิวเตอร์ คงจะคุ้นกับคำว่าแฮกเกอร์เป็นอย่างดี(หรือว่าบางคนอาจจะเป็นซะเอง ) ส่วนตัวเราเองรู้จักกับคำว่า แฮกเกอร์เป็นครั้งแรกก็เมื่อหลายปีมาแล้ว รู้สึกว่าจะอ่านการ์ตูนหรือนิยายวิทยาศาสตร์สักเรื่องหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้) ในเรื่องได้อ้างถึงแฮกเกอร์คนหนึ่ง และมีคำพูดประกอบประมาณว่า พวกแฮกเกอร์นั้นมักจะเป็นพวกที่กระหายในข้อมูลเป็นอย่างมาก พวกเค้าต้องการรู้ในข้อมูลที่มากกว่าและลึกกว่าคนอื่น จึงได้ทำการแฮ็กเข้าไปในระบบเพื่อให้ได้ข้อมูลต่างๆที่ต้องการมา เราไม่ยืนยันว่า คำนิยามที่กล่าวในหนังสือเล่มนั้นถูกหรือผิด แต่เราแค่เกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างนึงว่า อะไรฟะ คนเรามันจะต้องการข้อมูลอะไรมากมายขนาดนั้น แค่ทุกวันนี้รับข้อมูลจากการอ่านหนังสือเรียน(ตอนนั้นเรียนมัธยม) ก็รับไม่ไหวอยู่แล้วเฟ้ย เวอร์ซะไม่มีคนประเภทนี้นี่
แต่พอมาถึงปัจจุบัน ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร เรากลับเป็นพวกที่กระหายในข้อมูลซะเอง 555(เป็นงั้นไป) เพราะข้อมูลถือเป็นสิ่งสำคัญ คนเราจะทำอะไร ถ้ามีข้อมูลอยู่ในมือมากเพียงพอก็จะทำให้ลดความผิดพลาดในการตัดสินใจลงไปได้มาก และบางครั้งข้อมูลนั้นก็อาจเป็นประโยชน์หรือกลายเป็นเงินเป็นทองขึ้นมาถ้ารู้จักนำไปใช้(แต่ดิชั้นก็ยังทำไม่ได้ซักที ฮ่าๆ)
ถึงดิฉันจะไม่เคยคิดที่จะเป็นแฮกเกอร์ แต่ก็มีความสนใจในเรื่องนี้อยู่บ้าง เพราะเรามีความรู้สึกว่า พวกนี้จริงๆแล้วเป็นพวกที่มี logic การคิดไม่เหมือนคนอื่น(จากตำราของดิชั้นเอง อย่าถือเป็นเรื่องจริงจัง) เพราะจากหลายๆนิยามที่มีคนให้ไว้ ต่างก็บอกไว้ในทำนองเดียวกันว่า พวกแฮกเกอร์นั้นมักจะเป็นบุคคลที่มีความรู้ในเรื่องระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี(ถึงดีมาก)  พวกเขาจะนำความรู้พื้นฐานที่คนอื่นมองว่าธรรมดามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดแนวความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆเกิดขึ้น ซี่งเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ใช่คนที่คิดอะไรต่างออกไปจากคนอื่น ก็คงทำไม่ได้นะเออ
ถ้าอยากรู้ว่าพวกนี้มีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร ลองอ่านจากประวัติของ 10 สุดยอดแฮกเกอร์ระดับโลกเหล่านี้ดูสิคะ
1. Robert Tappan Morris
ขอบคุณรูปภาพจาก  www.nndb.com
สิ่งที่น่าสนใจ-ชื่อในวงการของเขาคือ rtm และเป็นลูกชายของหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ใน National Computer Security Center NSA(National Security Agency–ดิฉันมักจะแอบบเรียกชื่อเล่นของหน่วยงานนี่ว่า No Such Agency อยู่บ่อยๆตามหนังสือของ Dan Brown อิอิอิ) ว่ากันว่า เครื่องมือที่เค้าใช้สมัยเป็นวัยรุ่นก็คือ แอคเคาทน์ SuperUser ของ Belle Lab
ผลงานเด่น-เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่สร้าง worm ขึ้นมาเป็นคนแรกของโลก สาเหตุทำขึ้นมาก็ไม่มีอะไรมาก ย้อนกลับไปในช่วงปี 1988 มอริสที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย Cornell อยู่มาวันหนึ่ง เค้าเกิดอยากรู้ขึ้นมาว่า ระบบอินเตอร์เน็ตมีขนาดกว้างใหญ่แค่ไหนก็เลยสร้างเจ้า worm ขึ้นมา(ปัจจุบันมันถูกเรียกว่า MorrisWorm)แล้วปล่อยออกไปในระบบเพื่อศึกษาขนาดของระบบ แต่ปรากฎว่าเจ้า worm นี่เกิด replicate ตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วทำให้ระบบต่างๆในเครื่องคอมพิวเตอร์กว่า 6,000 เครื่องทั่วโลกเจ๊งไปซะงั้น
ปัจจุบัน-หลังจากได้รับการลงโทษไปแล้ว เค้าก็เรียนจนได้ Ph.D จาก Harvard และตอนนี้เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ MIT
2. Kevin Mitnick
ขอบคุณรูปภาพจาก  blogs.voxeo.com
สิ่งที่น่าสนใจ-ชื่อในวงการคือ Condor เริ่มงานมาตั้งแต่อายุ10 ขวบ โดยการ crack เว็บไซต์ North American Aerospace Defence Command พออายุ 12ก็จาะระบบ Punch Card ของ Los Angeles BusSystem ทำให้เขาสามารถขึ้นรถเมล์ได้ฟรี และเจาะเข้าไปในระบบโทรศัพท์ด้วย
ผลงานเด่น-เขาเริ่มเป็นที่ต้องการตัวของทางการเมื่อริอ่านเจาะเข้าไปในระบบของ Digital Equibment Corperation เพื่อขโมย software และมีเป้าหมายที่จะเจาะเข้าไปในระบบของบริษัทเคลื่อนที่ยักษ์ใหญ่ อย่าง Nokia และ Motorolla
สาเหตุที่ถูกจับ- hack เข้าไปในเครื่องของ Tsutomu Shiomura ทำให้ Shiomura เข้าร่วมมือกับ FBI ในการตามจับตัวเค้าจนทำให้ Shiomura กลายเป็นอีกหนึ่งตำนาน White hat ในฝั่งเอเชีย
ปัจจุบัน-เขียนหนังสือเกี่ยวกับ hacker และเป็นที่ปรึกษาในด้านระบบควมปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทต่างๆ
3. Adrian Lamo
ขอบคุณรูปภาพจาก  charliebroadway.blogspot.com
สิ่งที่น่าสนใจ-เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘The homeless hacker’ เพราะว่าเค้ามักจะอาศัยอยู่ในตึกร้างที่ไม่มีใครสนใจ และมักจะแฮ็กระบบผ่านทาง laptop,อินเตอร์เน็ต คาเฟ่ และตามเครื่องคอมตามห้องสมุุดสาธารณะ
ผลงานเด่น-เจาะเข้าไปในระบบของ หนังสือ พิมพ์ The New York Times  และเอาชื่อตัวเองเข้าไปใส่ไว้ในแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระดับสูงของหนังสือ พิมพ์ The New York Timesและใช้บัญชีของนักเขียนชื่อดัง LexisNexisในการค้นคว้างานวิจัยจากฐานข้อมูลของ The New York Times อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมี Microsoft ,Yahoo , Bank of America และ CitiGroup
ปัจจุบัน-ทำงานเป็นนักข่าวและนักพูด เกี่ยวกับวงการ Hackerและพึ่งจะได้รับรางวัลนักข่าวยอดเยี่ยมมาไม่นานนี้เอง
4. Gary McKinnon
ขอบคุณรูปภาพจาก  www.jerrypippin.com
-ชื่อในวงการ คือ Solo
ผลงาน-แฮ็กเข้าไปในระบบของ US Government ทั้ง U.S. Department of Defense,กลาโหม,นาวิกโยธิน และ นาซ่า เพื่อที่จะหาหลักฐานเกี่ยวกับ ประสิทธิภาพที่แท้จริงของเชื้อเพลิงในยานมนุษย์ต่างดาว!!!!
สิ่งที่น่าสนใจ-แม็คคินนอนเชื่อว่าสหรัฐอเมริกาได้ซ่อนความลับเกี่ยวกับเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาวไว้ ซึ่งเทคโนโลยีนั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของโลกได้ .เขาบอกว่าได้ทะลุทะลวงไปจนพบโครงการที่นำ เทคโนโลยีจากมนุษย์ต่างดาวมาใช้จริง อีกทั้งเขายังพบข้อมูลนักวิทยาศาสตร์รายหนึ่งของนาซาที่รายงานว่าศูนย์อวกาศ จอห์นสัน มีอุปกรณ์บันทึกภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง เอาไว้คอยจับภาพยูเอฟโอหลังจากพบร่องรอยบนท้องฟ้า ซึ่งแม็คคินนอนก็จัดการล้วงข้อมูลเป็นที่เรียบร้อย แม็คคินนอนอ้างว่า สิ่งที่เค้าเห็นน่าจะเป็นดาวเทียมหรือไม่ก็ยาน อวกาศ แต่ลักษณะแบบนั้นไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนมันเหมือนกับชิ้นเหล็กท่อนใหญ่ที่ ไม่มีตำหนิใดๆ เลย และน่าจะอยู่ใต้ผืนโลก อีกทั้งไม่มีรอยต่อของวัตถุหรือหมุดยึดตัววัตถุแต่อย่างใด
นอกจากนี้เค้ายังได้พูดอีกว่า  การแฮกกิงของเขานั้นทำไปตามหลัก มนุษยธรรม เพื่อต้องการหาหลักฐานเกี่ยวกับยูเอฟโอที่ถูกปกปิดไว้  และนำมาเผยแพร่สู่สาธารณชน
5. Raphael Gray
ขอบคุณรูปภาพจาก  oddstuffmagazine.com
-ชื่อในวงการ Curador
ผลงาน-เจาะเข้าไปใน เว็บไซต์ e-commerce ต่างๆแล้วขโมยข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตของลูกค้ามากว่า 26,000 หมายเลข แล้วโพสต์ขึ้นบนเว็บเพจของตนเอง
สิ่งที่น่าสนใจ-เกรย์เรียกตัวเองว่า The saint(of e-commerce) เขาอ้างว่าการที่แฮ็กเข้าไปในเว็บไซต์เหล่นั้นก็เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือเว็บต่างๆเหล่านั้น(ช่วยยังไงมิทราบยะ)  และนอกจากนี้หนึ่งในหมายเลขบัตรเครดิตที่เขาขโมยมาก็เป็นของคนดังในโลกของไอที ที่มีชื่อว่า บิล เกตต์ และเกรย์ก็ได้จัดการส่งยาเม็ดไวอากร้า(!?!) ไปยังที่อยู่ของบิล เกตต์และนำมาโพสต์ลงบนเว็บไซต์อีกต่างหาก (แสบจริงๆ)
6. John Draper
ขอบคุณรูปภาพจาก chrispebble.com
–มีนามแฝงว่า Cap’n Crunch
ผลงาน-ในช่วง ทศวรรษ 1970 เขาได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งการ crack โทรศัพท์(phone phreaking) เพราะในขณะนั้น ยังเป็นยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตและ PC ระบบที่ถือว่าใหญ่ที่สุดก็คือระบบโทรศัพท์และ Draper ก็ถือว่าเป็นเทพในด้านนี้
สิ่งที่น่าสนใจ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการ crack โทรศัพท์ของDraper คือ หลอดพลาสติกที่อยู่ในกล่องซีเรียล(!?!)–ซึ่งก็คือข้าวโพดเกล็ดที่เรากินกับนมนี่ล่ะ จากยี่ห้อ Cap’n Crunch cereal พลาสติกอันที่เค้าใช้เรียกว่า whistle หรือเครื่องเป่า ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นเสียงขนาด 2600 Hz ร่วมกับใช้ Bluebox ทำให้เค้าสามารถโทรศัพท์ได้ฟรี (ช่างคิดจริงๆ)
7. Kevin Poulsen
ขอบคุณรูปภาพจาก oddstuffmagazine.com 
–ชื่อในวงการคือ  Dark Dante
ผลงาน-บุกรุกเข้าเว็บไซต์แทบทุกประเภท ที่เด่นๆก็คือ เจาะระบบฐานข้อมูลและระบบดักฟังของของ FBI
สิ่งที่น่าสนใจ-เค้าเคยใช้ความสามารถพิเศษในการควบคุมระบบโทรศัพท์ของ Pacific Bellได้ เจาะเข้าไปในระบบโทรศัพท์ของสถานีวิทยุ KIIS-FM ใน LA ทำให้เค้าชนะการเล่นเกมส์และได้รางวัลมาเป็นรถ Porche!!! เอามาขับเล่นสบายใจพี่เค้าไป
ปัจจุบัน-เป็น นักข่าวอาวุโสของสำนักข่าว Wired Newsและคอยช่วยเหลือในการไล่จับพวก BlackHat คนอื่นๆ


8. Dmitri Galushkevich
ขอบคุณรูปภาพจาก  atifkamal.wordpress.com 
ผลงาน-เป็นhacker ชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในเอสโทเนีย เค้ารู้สึกผิดหวังจากการที่อนุสาวรีย์บรอนซ์ของทหารรัสเซียที่เสียชีวิตในเอสโทเนียในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองถูกย้ายที่ เลยทำhack เข้าไปโจมตีระบบของ รัฐบาล,พรรคการเมืองต่างๆ,หนังสือพิมพ์ และสถาบันเศรษฐกิจ ทำให้ทั้งประเทศตกอยู่ในสภาพ “internet gridlock”–คือทั้ง ATM,เว็บไซต์ และระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลอยู่ในสภาพที่ใช้การไม่ได้ แถมบางเว็บก็รีไดเร็คไปยังภาพของทหารโซเวียต และอ้างอิงถึง Martin Luther King เกี่ยวกับการ “ต่อต้านสิ่งชั่วร้าย”อีกต่างหาก
9. Jonathan James
ขอบคุณรูปภาพจาก  www.factrange.com
-ชื่อในวงการ คือ c0mrade
ผลงาน-เจาะระบบมากมาย ตั้งแต่บริษัทโทรศัพท์ BellSouthไปจนถึงหน่วยงาน DTRA ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 1999 เขาได้ Hack เข้าไปฝังตัว Backdoor ใน Nasaซึ่งทำให้อ่านข้อมูลลับได้มากมายรวมไปถึงขโมยโปรแกรมที่ทาง Nasaพัฒนาขึ้นด้วยเงินมหาศาลถึง 1.7 ล้านดอลล่าร์สหรัฐไปอีกด้วยซึ่งในภายหลังทาง Nasa ต้องปิดระบบถึงสามสัปดาห์เพื่อแก้ไขทำให้สูญเสียเงินไปอีก 41,000 ดอลล่าร์สหรัฐ
สิ่งที่น่าสนใจ-ตอนที่โดนจับ James มีอายุเพียง 15 ปี(!?!) และเค้าได้ให้การกับศาลว่าแค่อยากได้โปรแกรมมาเพื่อฝึกฝีมือภาษา C ของตัวเองเท่านั้นแต่พอขโมยมาได้ ก็กลับถามว่าโปรแกรมห่วยๆนั่นมีค่าถึง 1.7ล้านดอลล่าร์เลยเหรอ(ช่างกล้า)
10. The Deceptive Duo
-หรือคู่หูจอมหลอกลวง ประกอบไปด้วยสมาชิก 2 คนคือ
 Benjamin Stark อายุ 20 

ขอบคุณรูปภาพจาก  gameofthrones.wikia.com
 Robert Lyttle อายุ 18 ปี


ขอบคุณรูปภาพจาก  teodulle.blogspot.com
ผลงาน-เจาะระบบของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึง นาวิกโยธิน,นาซา,FAA(ทบวงการบินพลเรือน)และ กระทรวงกลาโหม โดยพวกเค้าให้เหตุผลว่าที่ทำไปก็เพื่อเปิดเผยความล้มเหลวของระบบรักษาความปลอดภัย และต้องการปกป้องประเทศจากสงครามภายหลังเหตุการณ์ 911

นี่คือ 10  Hacker ระดับโลกที่ใช้ความรู้ของตนเองในการก่อความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ 



ขอบคุณข้อมูลจาก  http://suntos.wordpress.com/2009/12/05/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น